Author: adminboy

  • ใส่ปุ๋ยอย่างเดียวพอไหม ทำไมต้องใช้อาหารเสริมหรืออาหารเสริมพืชทางใบ?

    ใส่ปุ๋ยอย่างเดียวพอไหม ทำไมต้องใช้อาหารเสริมหรืออาหารเสริมพืชทางใบ?

    [vc_row][vc_column][vc_column_text]

    ใส่ปุ๋ยอย่างเดียวพอไหม ทำไมต้องใช้อาหารเสริมหรืออาหารเสริมพืชทางใบ?

    สำหรับใครที่ปลูกต้นไม้ เลี้ยงต้นไม้ หรือเป็นเกษตรกรมืออาชีพ คงคุ้นชินกับ ‘ปุ๋ย’ กันดีอยู่แล้ว เพราะแน่นอนว่าทุกคนต้องใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้หรือพืชต่าง ๆ อยู่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ในบทความนี้ เฌอ’บา จะพาทุกคนมาหาคำตอบว่าา “การใส่ปุ๋ยอย่างเดียวเพียงพอไหม” พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรืออาหารเสริมพืชทางใบคุณภาพดีให้ได้รู้จักกัน จะเป็นยังไงบ้างลองไปดูกันได้เลย

    สารบัญเนื้อหา

    1) ทำไมต้องใช้อาหารเสริมพืชหรืออาหารเสริมพืชทางใบ
    2) เฌอ’บา อาหารเสริมพืชทางใบพร้อมใช้
    3) รีวิวจากลูกค้าจริงที่ใช้ เฌอ’บา อาหารเสริมพืชทางใบ
    4) FAQ เกี่ยวกับ เฌอ’บา อาหารเสริมพืชทางใบ
    5) สรุป

    ทำไมต้องใช้อาหารเสริมพืชหรืออาหารเสริมพืชทางใบ

    หลายคนอาจเข้าใจว่าการจะดูแลต้นไม้นั้นคงทำได้เพียงการใส่ปุ๋ยเท่านั้น ซึ่งปุ๋ยที่หลาย ๆ คนใช้กันนั้น โดยปกติจะถูกดูดนำไปใช้ประโยชน์จริง ๆ ได้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะต้องผ่านกระบวนการในการลำเลี้ยงแร่ธาตุจากปุ๋ยขึ้นไปพร้อมกับน้ำ และลำเลียงต่อไปที่ใบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์แสง ผลิตเป็นอาหารพืชก่อน จากนั้นถึงจะลำเลียงส่งกลับไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้

    แต่จะดีกว่าไหมถ้าส่วนของ ‘ใบ’ สามารถรับสารอาหารได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ ให้เสียเวลา เพียงใช้อาหารเสริมพืชหรืออาหารเสริมพืชทางใบฉีดพ่นไปที่ใบอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ให้ใบดูดซับสารอาหารหรือแร่ธาตุต่าง ๆ ได้ในทันที ทำให้ต้นไม้ของคุณแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี และเกิดการออกดอก ออกผลได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าการให้ปุ๋ยแบบปกติเพียงอย่างเดียว

     

    เฌอ’บา อาหารเสริมพืชทางใบพร้อมใช้

    อาหารเสริมพืชทางใบ Cher’Ba Plant Food ผลิตด้วยนวัตกรรมพิเศษของ เฌอ’บา Micro Capsulated Innovation นวัตกรรมที่ใช้ย่อโมเลกุลสสารให้มีอนุภาคที่เล็กมากจนสามารถซึมผ่านเข้าได้ทุกส่วนของต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นกิ่ง, ก้าน, ใบ หรือลำต้น เพื่อไปเป็นสารอาหารให้ต้นไม้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง ทำให้ต้นไม้ที่คุณรักเติบโตได้ไว เร่งการออกดอก ออกผล และมีสุขภาพแข็งแรง ชนิดที่คุณคาดไม่ถึง

    คุณสมบัติอาหารเสริมพืชทางใบ Cher’Ba Plant Food

    • ใช้ได้กับต้นไม้และพืชทุกชนิด
    • ใช้งานง่าย สะดวก ประหยัดเวลา
    • ปลอดภัยต่อคน ต้นไม้ และสัตว์เลี้ยง
    • ช่วยให้ต้นไม้แข็งแรง โตไว แตกใบ ผลิดอก ออกผล รวดเร็วยิ่งขึ้น
    • ดูดซึมผ่านเข้าได้ทุกส่วนของต้นไม้ เป็นสารอาหารของต้นไม้ทันที

     

    ข้อดีการให้อาหารเสริมพืชทางใบ

    • สะดวกในการใช้งาน เพียงผสมน้ำและนำไปฉีดส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้
    • ต้นไม้สามารถดูดซึมสารอาหารจากทางใบได้โดยตรง เร็วกว่าการให้ต้นไม้ดูดเองทางราก และยังช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมอีกด้วย
    • ช่วยให้พืชฟื้นตัวเร็วหลังจากกระทบแล้งหรือถูกแมลงทำลาย
    • ใช้เพื่อเสริมธาตุอาหารหลักได้ หรือใช้ผสมกับการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงได้

    FAQ เกี่ยวกับ เฌอ’บา อาหารเสริมพืชทางใบ

    คำถามและคำตอบที่ลูกค้ามักถามมาบ่อย ๆ เกี่ยวกับ Cher’Ba Plant Food หรืออาหารเสริมพืชหรืออาหารเสริมพืชทางใบของ เฌอ’บา

    Q: ปริมาณการใช้อาหารเสริมพืช เฌอ’บา ที่เหมาะสมต่อวัน?

    ปริมาณการใช้อาหารเสริมพืช Cher’Ba Plant Food คือ 1 ฉีด : 1 ต้น : 1 วัน ในกรณีที่ต้นไม้มีความสูงมากกว่า 1 เมตร หรือเป็นต้นที่มีฟอร์มเป็นพุ่ม ใบเยอะ สามารถเพิ่มจำนวนครั้งการฉีดขึ้นได้ อาจเป็น 2-3 ฉีด : 1 ต้น : 1 วัน
    ส่วนพืชตระกูลแคกตัสและไม้อวบน้ำ แนะนำใช้อาหารเสริมพืช เฌอ’บา อาทิตย์ละ 1-2 ฉีดก็เพียงพอแล้ว ต้นไม้ใหญ่ 1 ฝาแกลลอน (50 ซีซี) ผสมน้ำ 1-2 ถัง (15-20 ลิตร) ราดรอบโคนต้นไม้ใหญ่ 1 ครั้ง/อาทิตย์
    Tips: หากมีต้นไม้กระถางเล็กหลาย ๆ ใบ สามารถนำมาวางเรียงกันเป็นกลุ่มแล้วฉีดพ่นสเปรย์พร้อม ๆ กันได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดทีละต้น
    สำหรับพืชผักสวนครัว แนะนำให้เก็บรับประทานหลังจากฉีดพ่น เฌอ’บา ทิ้งไว้แล้ว 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกันกับปุ๋ยอินทรีย์

    Q: Cher’Ba Plant Food ต้องฉีดทุกวันเลยไหม?

    แนะนำให้ใช้ทุกวันเพื่อเห็นผลดีที่สุดและเร็วที่สุด แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดทุกวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับลูกค้า ส่วนพืชตระกูลแคกตัสและไม้อวบน้ำ แนะนำอาทิตย์ละ 1-2 ฉีดก็เพียงพอแล้ว

    Q: Cher’Ba Plant Food มีวันหมดอายุไหม?

    หลังเปิดใช้งานแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1 ปี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เพราะหลังจากนั้นประสิทธิภาพจะลดลง แต่ลดเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์

    Q: ใช้อาหารเสริมพืช เฌอ’บา แล้วยังต้องรดน้ำให้ปุ๋ยตามปกติไหม?

    เฌอ’บา เปรียบเสมือนอาหารเสริมพืช การฉีดเฌอ’บา เป็นการเพิ่มสารอาหารหลักและสารอาหารรองที่จำเป็นให้กับพืช ดังนั้นเรายังคงรดน้ำใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ตามปกติ และหน้าที่หลักอีกอย่างของปุ๋ยคือการปรับสภาพดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของต้นไม้

    Q: อันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหรือไม่?

    อาหารเสริมพืชหรืออาหารเสริมพืชทางใบของ เฌอ’บา ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง เพราะเฌอ’บา มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ มากถึง 99.6%

    รีวิวจากลูกค้าจริงที่ใช้ เฌอ’บา อาหารเสริมพืชทางใบ

    หลังจากที่ทุกคนได้ทำความรู้จักกับอาหารเสริมพืชหรืออาหารเสริมพืชทางใบกันไปแล้วว่าคืออะไร แตกต่างจากปุ๋ยทั่วไปอย่างไร มีคุณสมบัติอะไร ใช้แล้วดียังไง และทำไมคนรักต้นไม้ถึงต้องใช้

    ในบทความนี้ เฌอ’บา ยังถือโอกาสรวบรวมรูปรีวิวจากลูกค้าจริงที่ใช้ ‘Cher’Ba Plant Food’ มาให้ทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้ได้ดูกันอีกด้วย เพื่อช่วยการันตีว่าอาหารเสริมพืชของเราคุณภาพดีจริง ใช้แล้วเห็นผลจริง และช่วยให้ตัดสินใจซื้อไปใช้กับต้นไม้ที่คุณรักได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วจะมีเพื่อน ๆ ในวงการเลี้ยงต้นไม้รีวิวไว้ว่ายังไงบ้าง ลองมาดูกันเลย

    (H4) สรุป

    [/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

  • ทำความรู้จักศัตรูพืชตัวฉกาจ พร้อม 4 วิธีป้องกันศัตรูพืชที่ได้ผลดี!

    ทำความรู้จักศัตรูพืชตัวฉกาจ พร้อม 4 วิธีป้องกันศัตรูพืชที่ได้ผลดี!

    [vc_row][vc_column][vc_column_text]การเจริญเติบโตของต้นไม้ที่คุณรักนั้นก็ย่อมมีอุปสรรค อย่างปัญหาของคนรักต้นไม้ที่คนที่ปลูกต้นไม้ร้อยทั้งร้อยคงเคยประสบพบเจอกันมาบ้างก็คือเจ้า ‘แมลงศัตรูพืช’ ศัตรูตัวฉกาจที่คอยจะทำร้ายต้นไม้คุณ กัดกินต้นไม้ของคุณ เชื่อว่าอย่างน้อยคนปลูกต้นไม้เกือบทุกคนจะต้องเคยพบว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชที่จะต้องสูญเสียและถูกทำลายโดยเจ้าแมลงศัตรูพืชอย่างแน่นอน

    ดังนั้นแล้ววันนี้ เฌอ’บา จึงได้นำบทความ “ทำความรู้จักศัตรูพืชตัวฉกาจ พร้อม 4 วิธีป้องกันศัตรูพืชที่ได้ผลดี!” มาให้ทุกคนดูกันแล้ว เพื่อที่ต้นไม้ของทุกคนจะได้ปลอดภัยจากเหล่าศัตรูพืช ไม่ถูกศัตรูพืชทำร้ายหรือกัดกิน เจาะดูด เพื่อที่ต้นไม้ที่คุณรักสามารถเติบโตออกดอกออกผลได้อย่างสวยงามแบบที่ควรจะเป็น

    สารบัญเนื้อหา

    1) ศัตรูพืชคืออะไร? และศัตรูพืชมีกี่ประเภท?
    2) 4 วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชแบบทั่วไป
    3) วิธีป้องกันศัตรูพืชด้วยนวัตกรรมจาก เฌอ’บา Plant Wax
    4) สรุป

    วิธีป้องกันศัตรูพืช
    วิธีป้องกันศัตรูพืช

    ศัตรูพืชคืออะไร? และศัตรูพืชมีกี่ประเภท?

    ดังนั้นก่อนจะไปดูวิธีป้องกันศัตรูพืชกันว่าจะมีวิธีไหนสามารถป้องกันหรือกำจัดเหล่าศัตรูพืชให้ได้ผลดีนั้น เฌอ’บา อยากให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับศัตรูพืชกันนิดนึงก่อนว่าศัตรูพืชคืออะไร และมีอยู่กี่ประเภท ซึ่ง ‘ศัตรูพืช’ ก็คือ สัตว์หรือแมลงต่าง ๆ ที่กัดกิน เจาะดูด ทำลายส่วนต่าง ๆ ของพืชและผลผลิต จนทำให้ส่วนต่าง ๆ ของพืชเกิดความเสียหาย

    ซึ่งประเภทแมลงศัตรูพืชที่สามารถพบได้บ่อยมีอยู่ 6 ประเภท แบ่งตามชนิดของแมลงศัตรูพืชออกตามลักษณะของการทำลาย ได้ดังนี้

    1) แมลงศัตรูพืชจำพวกกัดกินใบ เช่น หนอนผีเสื้อ ตั๊กแตน ด้วงปีกแข็ง
    2) แมลงศัตรูพืชจำพวกดูดกินน้ำเลี้ยง เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจั๊กจั่น และมวนต่าง ๆ
    3) แมลงศัตรูพืชจำพวกหนอนชอนใบ เช่น หนอนผีเสื้อ หนอนแมลงวันบางชนิด
    4) แมลงศัตรูพืชจำพวกหนอนเจาะลำต้น เช่น หนอนด้วง หนอนผีเสื้อ และปลวก
    5) แมลงศัตรูพืชจำพวกกัดกินราก เช่น ด้วงดีด จิ้งหรีด แมลงกระชอน ด้วงดิน ด้วงงวง
    6) แมลงศัตรูพืชจำพวกที่ทำให้เกิดปุ่มปม เช่น ต่อ แตน และเพลี้ย

    วิธีป้องกันศัตรูพืช
    วิธีป้องกันศัตรูพืช

    4 วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชแบบทั่วไป

    คือ การใช้วิธีการต่าง ๆ มาใช้ในการป้องกันศัตรูพืชหรือกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืช ก็มีอยู่หลากหลายวิธี แต่ที่นิยมปฏิบัติกันจะมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

    1) วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชทางกายภาพ เช่น การถอนหญ้า, การใช้ถุงพลาสติกป้องกันการเข้าทำลายของแมลงได้
    2) วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชด้วยการกำจัดด้วยวิธีกล คือ การใช้เครื่องมือที่มีผลต่อแมลงโดยตรง เช่น กับดักแมลงต่าง ๆ อย่างกับดักกาวเหนียว, กักดักแสงไฟ, กับดักหลุมตก หรือกับดักฟีโรโมน เป็นต้น
    3) วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชด้วยการกำจัดด้วยวิธีชีวภาพ คือ การควบคุมโรคโดยวิธีธรรมชาติ หรือเลียนแบบธรรมชาติ เช่น การใช้สมุนไพร หรือสารธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช และศัตรูพืชตามธรรมชาติ หรือการนำจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคมาใช้ในการควบคุม เช่น เชื้อแบคทีเรีย รา โปรโตซัว ไวรัส รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแมลงศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ ตัวห้ำ ตัวเบียน และเชื้อจุลินทรีย์ ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช
    4) วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชด้วยสารเคมี ซึ่งถือเป็นวิธีที่นิยมในเหล่าเกษตรกรมากพอสมควร เพราะเป็นวิธีที่สามารถทำได้โดยง่าย สะดวก และเห็นผลอย่างรวดเร็ว เมื่อแมลงได้รับสารพิษหรือสารเคมีโดยการสัมผัสหรือกัดกิน สารเคมีจะทำปฏิกิริยาต่อระบบประสาททำให้แมลงเป็นอัมพาตหรือตายได้

    เฌอ’บา Plant Wax
    เฌอ’บา Plant Wax

    วิธีป้องกันศัตรูพืชด้วยนวัตกรรมจาก เฌอ’บา Plant Wax

    นอกจากวิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืช 4 ประเภทที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว ปัจจุบันก็ยังมีวิธีที่ทำได้ง่าย สะดวกและได้ผลดีอีกด้วย อย่างนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก เฌอ’บา ‘เฌอ’บา Plant Wax’ ด้วยคุณประโยชน์จาก Vitamin E ที่สกัดจากธรรมชาติ นำมาใช้ฉีดพ่นเพื่อเคลือบผิวต้นไม้ให้ทั่ว จะช่วยปกป้องต้นไม้ของคุณจากแมลงศัตรูพืช และยังทำให้ไข่แมลงฝ่อ ยับยั้งการกำเนิด พร้อมทั้งบำรุงผิวต้นไม้ให้สวย เงางาม คอยดูแลต้นไม้ให้ปลอดภัย ห่างไกลแมลงศัตรูพืชอีกด้วย

    เฌอ’บา Plant Wax

    คุณสมบัติ

    • เคลือบผิวปกป้องต้นไม้
    • ทำให้ไข่แมลงฝ่อ ยับยั้งการกำเนิด
    • ผิวใบ ผิวผลผลิต สวยเงางาม
    • ใช้ได้กับพืชทุกชนิด (ยกเว้นตระกูลกุหลาบ)
    • ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง
    • ใช้ง่ายสะดวก ประหยัดเวลา

    วิธีใช้ เฌอ’บา Plant Wax’ ง่าย ๆ ดังนี้

    • เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง
    • ฉีดพ่นละอองไปได้ทุกส่วนของพืช (ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดอก)
    • เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ปริมาณขึ้นอยู่กับขนาดของพืช)
    • งดใช้กับพืชตระกูลกุหลาบ
    • หากวันไหนต้องฉีดทั้ง Plant Food และ Plant Wax ให้ฉีด Plant Food ก่อนเสมอ แล้วจึงตามด้วยการฉีด Plant Wax

    อ่านถึงตรงนี้แล้วใครเกิดสนใจใช้วิธีป้องกันศัตรูพืชด้วยนวัตกรรมจาก เฌอ’บา Plant Wax นี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้จากลิงก์นี้เลย

    คลิกเลยCherba Plant Wax  รับรองว่าต้นไม้ที่คุณรักนั้นจะปลอดภัยและห่างไกลจากเหล่าศัตรูพืชอย่างแน่นอน

     

    สรุปวิธีป้องกันศัตรูพืช

    ศัตรูพืชก็คือ สัตว์หรือแมลงต่าง ๆ ที่คอยจ้องทำลายส่วนต่าง ๆ ของพืชหรือต้นไม้ที่คุณรัก จนทำให้ส่วนต่าง ๆ เกิดความเสียหาย หรือตายไป ซึ่งวิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชที่นิยมปฏิบัติกันจะมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ๆ คือ วิธีป้องกันศัตรูพืชหรือวิธีกำจัดศัตรูพืชทางกายภาพ, ด้วยวิธีกล, ด้วยวิธีชีวภาพ และด้วยสารเคมี แต่ปัจจุบันยังมีนวัตกรรมที่สามารถป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย และยังได้ผลดี นั่นก็คือ เฌอ’บา Plant Wax ด้วย Vitamin E ที่สกัดจากธรรมชาติ พร้อมมีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

  • 5 ไม้ด่างฮอตฮิตมาแรง และวิธีดูแลต้นไม้ใบด่างที่ได้ผลดี

    5 ไม้ด่างฮอตฮิตมาแรง และวิธีดูแลต้นไม้ใบด่างที่ได้ผลดี

    5 ไม้ด่างฮอตฮิตมาแรง และวิธีดูแลต้นไม้ใบด่างที่ได้ผลดี


    เรียกได้ว่ากำลังมาแรงสุด ๆ ใน พ.ศ. นี้ กับกระแสการปลูกต้นไม้อย่าง ‘ไม้ด่าง’ ไม่ว่าจะเป็นไม้ใบ ไม้ยืนต้น ที่มีใบด่างขาว ด่างเหลือง ที่ก่อนหน้านี้อาจมีราคาเพียงต้นละไม่กี่พันบาท แต่ตอนนี้ไม้ด่างหลากหลายพันธุ์ หลากหลายชนิด มีราคาพุ่งไม่หยุด จนถึงหลักหมื่น หลักแสนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ทั้งนี้จุดประกายที่ทำให้กระแสการเลี้ยงต้นไม้ใบด่างนี้ยิ่งฮอตเป็นพลุแตกมากขึ้นนั้น มาจากดาราดังอย่าง ‘ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์’ และ ‘เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค’ รวมถึงอีกหลาย ๆ คน ได้ถ่ายภาพคู่กับต้นไม้ลงอินสตาแกรมส่วนตัว ส่งผลให้ราคาต้นไม้ขยับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างนั้นแล้ววันนี้ เณอ’บา จะพาทุกคนมารู้จักกับไม้ด่างกันให้มากขึ้นว่า ทำไมต้นไม้ถึงกลายเป็นใบด่าง แล้วมีไม้ด่างอะไรบ้างที่กำลังฮอตฮิตมาแรงในขณะนี้ พร้อมกับแนะนำวิธีดูแลไม้ด่างที่ได้ผลดีอีกด้วย ไปดูกันเลย

    สารบัญ
    1) สาเหตุที่ทำให้ต้นไม้กลายเป็นไม้ด่าง
    2) 5 ไม้ด่างฮอตฮิตมาแรง
    3) วิธีดูแลไม้ด่างที่ได้ผลดี
    4) สรุปต้นยางอินเดีย

    สาเหตุที่ทำให้ต้นไม้กลายเป็นไม้ด่าง

    ไม้ด่างได้รับความสนใจจากบรรดาผู้นิยมสะสมพืชใบ สืบเนื่องมาจากคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการปลูกต้นไม้ในบ้านเพื่อความสวยงามและการฟอกอากาศ เดิมทีพืชตระกูลด่างโดยธรรมชาตินั้นมีอยู่แล้ว อาทิ พลูด่าง ชบาด่าง หรือบาหยาด่าง แต่ปัจจุบันมีการนิยมสะสมต้นไม้ใบด่างที่ไม่ได้พบเห็นได้ปกติทั่วไป ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรม ความผิดปกติของเนื้อเยื่อใบ ความผิดปกติของกระบวนสร้างคลอโรลฟิลล์ รวมไปถึงการขาดสารอาหารอย่างแมกนิเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งสองปัจจัยหลังจะแสดงออกผ่านใบเป็นสีเหลือง

    อย่างไรก็ตามไม้ด่างที่นิยมในปัจจุบันมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นการด่างที่เกิดจากความผิดปกติของพืชใบเขียว ซึ่งพันธุกรรมเดิมไม่ได้เป็นไม้ด่าง อย่างเช่น กล้วย ซึ่งในปัจจุบันยังมีการพยายามจะเพาะพันธุ์พืชใบเขียวให้กลายเป็นพืชด่างด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการเพาะปลูก เพื่อตอบสนองกลุ่มคนชอบพืชด่างที่มีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


    5 ไม้ด่างฮอตฮิตมาแรง

     

    มอนสเตร่าด่าง
    มอนสเตร่าด่าง

    1) มอนสเตอร่าด่าง

    ถ้าพูดถึงพันธุ์ไม้ด่างหรือไม้ฟอกอากาศที่เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงก็ต้องเป็นมอนสเตอร่าเลย ที่ถือว่าเป็นแรร์ไอเทมและมีราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว ซึ่งลักษณะใบด่าง มีทั้งด่างเหลืองและด่างขาว มีจุดด่าง ๆ กระจายคล้ายหินอ่อน หรือด่างครึ่งใบเป็นสีขาว

     

    กล้วยด่าง1
    กล้วยด่าง1

    2) กล้วยด่าง

    กล้วยด่างถือเป็นไม้ด่างอีกชนิดที่กำลังเป็นนิยม ดังจะเห็นได้จากข่าวต่าง ๆ ที่มีการซื้อขาย ประมูลในราคาสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน! โดยกล้วยด่างที่นิยมปลูกกันมีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ กล้วยฟลอริด้า กล้วยแดงอินโดใบด่าง และกล้วยหอมจำปาด่าง

     

    ยางอินเดีย1
    ยางอินเดีย1

    3) ยางอินเดียด่าง

    สำหรับต้นยางอินเดียถือว่าเป็นต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกเพื่อประดับภายในบ้าน และช่วยในการฟอกอากาศอยู่แล้ว และเมื่อต้นยางอินเดียกลายเป็นใบด่างก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งลักษณะใบด่าง มีทั้งด่างขาวและด่างชมพูปนแดง สวยแปลกไม่เหมือนใคร

     

    ฟิโลเดนดรอน พิงค์ ปรินเซส
    ฟิโลเดนดรอน พิงค์ ปรินเซส

    4) ฟิโลเดนดรอน พิงค์ ปรินเซส

    เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ใบด่างที่ดาราสาวอย่าง ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ นำมาปลูกจนราคาพุ่งกระฉูด ลักษณะเด่นคือใบสีเขียวเข้มที่มีสีชมพูด่างเป็นจุด ๆ หรือค่อนใบบ้าง ครึ่งใบบ้าง ใครเห็นก็ต้องชอบในความสวยของฟิโลเดนดรอน พิงค์ ปรินเซส

     

    กวักมรกตด่าง
    กวักมรกตด่าง

    5) กวักมรกตด่าง

    กวักมรกตด่างถือเป็นอีกหนึ่งไม้ฟอกอากาศที่หายากและมีราคาค่อนข้างสูง โดยกวักมรกตที่มีใบด่างนั้นจะมีลักษณะด่างเหลืองหรือด่างขาวนวล ๆ ตัดกับสีเขียวมรกต แทรกเป็นจุด ๆ หรือเป็นสีขาวทั้งใบ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่ากวักมรกตเป็นไม้มงคลช่วยเรียกทรัพย์อีกด้วย


    วิธีดูแลไม้ด่างที่ได้ผลดี

    ดิน/ปุ๋ย – ดินที่นำมาปลูกไม้ด่างควรเป็นดินโปร่ง สามารถระบายน้ำได้ดี และหากต้องการให้ปุ๋ย แนะนำให้เลือกปุ๋ยชนิดสลายตัวช้า และเลือกชนิดที่ไม่มีไนโตรเจนสูง เพราะจะทำให้ใบเขียวขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับแต่ละสายพันธุ์ด้วย
    • แสงแดด – หากเป็นต้นใหม่ ต้นอ่อนอยู่ยังไม่ควรนำไปปลูกกลางแดด เพราะต้นไม้ด่างที่ยังเล็กอยู่จะอ่อนแอ ควรให้ต้นมีความแข็งแรงก่อน ซึ่งไม่ควรให้โดนแดดจัด ๆ เพราะใบมีคลอโรฟิลล์น้อย ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไร แต่หากเป็นพันธุ์ที่ชอบแสงแดดจัด ก็ควรปลูกในบริเวณที่จะได้รับแสงแดดเต็มวัน หรืออย่างน้อยครึ่งวัน
    • การให้น้ำ – นอกจากต้องใส่ใจเรื่องแสงแดดที่ไม่ควรโดนแดดมากเกินไปแล้ว สำหรับการรดน้ำ ก็ไม่ควรให้น้ำมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากใบมีคลอโรฟิลล์น้อยจะทำให้คายน้ำได้ยาก อาจทำให้ใบฉ่ำนำหรือเกิดเป็นรอยไหม้ได้

     

    นอกจากนั้นแล้ว เฌอ’บา ยังวิธีดูแลต้นไม้ใบด่าง อีก 2 วิธีง่าย ๆ และได้ผลดีมาฝากผู้ปลูกไม้ด่างกันอีกด้วย

    1) ใช้นวัตกรรมพิเศษอย่าง Cher’Ba Plant Food อาหารต้นไม้เข้มข้นของ เฌอ’บา ในการดูแลต้นไม้ด่าง ด้วยนวัตกรรมพิเศษอย่าง Micro Capsulated Innovation ที่ย่อโมเลกุลสสารให้มีอนุภาคที่เล็กมากจนสามารถซึมผ่านเข้าได้ทุกส่วนของต้นไม้ เพื่อไปเป็นสารอาหารให้ต้นไม้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงอีกด้วย จึงเหมาะอย่างมากที่จะนำมาใช้ให้อาหารเสริมต้นไม้ด่าง หรือให้อาหารเสริมพืชต่าง ๆ เช่น การให้อาหารเสริมพืชทางใบ สำหรับคนที่ต้องการให้ใบเติบโต แข็งแรง ซึ่งหากใครสนใจใช้ Cher’Ba Plant Food ตัวนี้ไปใช้กับไม้ด่างที่ปลูกอยู่ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อจากลิงก์นี้ได้เลย >>> Cher’Ba Plant Food

     

    2) นอกจากนั้นการดูแลไม้ด่างยังสามารถใช้ Cher’Ba Plant Wax ควบคู่กันไปได้อีกด้วย ด้วย Vitamin E ที่สกัดจากธรรมชาติ ใช้ฉีดพ่นเพื่อเคลือบผิวต้นไม้ให้ทั่ว ช่วยปกป้องต้นไม้ของคุณจากแมลงศัตรูพืช และยังทำให้ไข่แมลงฝ่อ ยับยั้งการกำเนิด พร้อมทั้งบำรุงผิวต้นไม้ให้สวย เงางาม คอยดูแลต้นไม้ให้ปลอดภัย ห่างไกลแมลงศัตรูพืชอีกด้วย

    เมื่อต้นไม้ด่างเติบโต แข็งแรงแล้ว อยากปกป้องต้นไม้ที่คุณรักจากศัตรูพืชพร้อมบำรุงผิวต้นไม้ให้สวยงาม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของ Cher’Ba Plant Wax เพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้จากลิงก์นี้เลย Cher’Ba Plant Wax รับรองว่าต้นไม้ที่คุณรักนั้นจะปลอดภัยและห่างไกลจากเหล่าศัตรูพืชอย่างแน่นอน

     


    สรุป

    สาเหตุที่ทำให้ต้นไม้กลายเป็นไม้ด่างเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรม ความผิดปกติของเนื้อเยื่อใบ ความผิดปกติของกระบวนสร้างคลอโรลฟิลล์ รวมไปถึงการขาดสารอาหารอย่างแมกนิเซียมและฟอสฟอรัส

    ซึ่ง 5 ไม้ด่างฮอตฮิตมาแรงใน พ.ศ. ก็จะมี มอนสเตอร่าด่าง, กล้วยด่าง, ยางอินเดียด่าง, ฟิโลเดนดรอน พิงค์ ปรินเซส และกวักมรกตด่าง โดยวิธีดูแลไม้ด่างที่ได้ผลดี ก็ต้องหมั่นดูแลในเรื่องของการให้น้ำ และแสงแดดที่พอดี ไม่น้อยและไม่มากจนเกินไป รวมถึงยังต้องศึกษาแต่ละพันธุ์โดยละเอียดอีกด้วย

  • แนะนำ 5 ต้นไม้ฟอกอากาศน่าปลูก

    แนะนำ 5 ต้นไม้ฟอกอากาศน่าปลูก

    แนะนำ 5 ต้นไม้ฟอกอากาศน่าปลูก พร้อมเจาะลึกวิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศแต่ละชนิด


    หลังจากบทความก่อนหน้านี้เรื่อง “พามารู้จักนวัตกรรมอาหารเสริมต้นไม้หรืออาหารเสริมพืช พร้อมแนะนำวิธีป้องกันศัตรูพืชตัวฉกาจที่ง่ายที่สุด!” ที่ท้ายบทความ ‘เฌอ’บา’ ได้แนะนำต้นไม้ฟอกอากาศที่น่าปลูก ไปทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่

    1) ลิ้นมังกร
    2) เดหลี
    3) มอนสเตอร่า
    4) เฟิร์นบอสตัน
    5) ต้นยางอินเดีย

    พร้อมกับได้แนะนำวิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศไปแล้วแบบคร่าว ๆ วันนี้ ‘เฌอ’บา’ จึงจะพาทุกคนไปเจาะลึกรู้จักกับต้นไม้ฟอกอากาศเหล่านั้นให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับนำเทคนิคหรือวิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศแต่ละชนิดมาฝากทุกคนอีกด้วย เพราะเชื่อว่าหลายคนที่กำลังสนใจจะเลี้ยงต้นไม้ฟอกอากาศไว้ที่บ้าน ก็อาจจะเป็นกังวลกันอยู่เล็กน้อยว่าต้นไม้ฟอกอากาศจะดูแลยากหรือเปล่า ซึ่งบอกเลยว่าดูแลง่ายมาก ๆ ไม่ยากอย่างที่หลาย ๆ คนคิดเลย แล้วต้นไม้ฟอกอากาศแต่ละชนิดที่เราแนะนำจะมีความพิเศษยังไง และจะมีวิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศแต่ละชนิดอย่างไร ไปหาคำตอบกันได้จากบทความนี้เลย

     

    5 ต้นไม้ฟอกอากาศและวิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศแต่ละชนิด

     

    1) ลิ้นมังกร

     

    ลิ้นมังกร เป็นต้นไม้ฟอกอากาศหรือหลายคนอาจเรียกว่าไม้ประดับฟอกอากาศ ซึ่งลิ้นมังกรจะเป็นพืชชนิดใบเลี้ยงเดี่ยว และมีหลากหลายสายพันธ์ เช่น ใบกลม, ใบจุด, ขอบเหลืองใบสั้น/ใบยาว หรือแบบลายด่าง ซึ่งความพิเศษคือช่วยฟอกอากาศและดูดซับสารพิษอันตราย สามารถเลี้ยงในห้องนอนได้ เพราะตอนกลางคืนเจ้าลิ้นมังกรจะปล่อยออกซิเจนออกมา ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังแข็งแรงทนทาน เลี้ยงง่าย ดูแลง่ายอีกด้วย

    วิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ‘ลิ้นมังกร’

    • สามารถปลูกได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ซึ่งหมายถึงลิ้นมังกรสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ดี ทนแดดจัดได้ หรือจะปลูกในที่ร่ม ในห้องนอนก็ยังได้
    • ทั้งนี้หากปลูกในห้อง ต้องให้รับแสงแดดที่เพียงพอด้วย อาจวางไว้ริมหน้าต่างที่มีอากาศถ่ายเทและมีแสงแดดส่องถึง หากจุดที่วางไม่โดนแดดเลย แนะนำให้นำออกไปตากแดดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
    • การรดน้ำสามารถรดเป็นประจำได้ทุกวัน หรือจะรดวันเว้นวัน หรือ 3 วันรด 1 ครั้งก็ได้ โดยระวังไม่ให้แฉะจนเกินไป

     

    2) เดหลี

     

     

    หากพูดถึงต้นไม้ฟอกอากาศ เชื่อว่า ‘เดหลี’ ถือเป็นต้นไม้ฟอกอากาศอันดับท็อป ๆ ที่ใครหลาย ๆ คนมักจะหามาปลูกกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยฟอกอากาศได้เป็นอย่างดีแล้ว เจ้าเดหลียังมีคุณสมบัติช่วยลดภาวะโลกร้อน ลดภาวะเรือนกระจก ยิ่งไปกว่านั้น สายมูหลาย ๆ คนยังหยิบยกให้เป็นไม้มงคลที่เรียกโชคลาภหรือเงินทอง รวมถึงเชื่อว่าใครเลี้ยงเดหลีจะมีอายุมั่นขวัญยืนอีกด้วย นับว่าเลี้ยงต้นเดียว แต่ได้ผลประโยชน์แบบ 2in1 ไปเลยจ้า

    วิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ‘เดหลี’

    • สามารถปลูกได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor แต่เดหลีจะเติบโตได้ดีหากได้รับแสงแดดที่พอเหมาะ
    • เดหลีเป็นไม้ประดับฟอกอากาศที่ชอบดินร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี
    • เนื่องจากเดหลีชอบความชื้น วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศชนิดนี้ จึงต้องหมั่นรดน้ำให้หน้าดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ แนะนำให้รดน้ำทุกวัน หรือวันเว้นวัน หากไม่สะดวกอาจเป็น 2 วันลด 1 ครั้งก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำแฉะจนเกินไป

     

    3) มอนสเตอร่า

     

     

    ‘มอนสเตอร่า’ (Monstera, Swiss Cheese Plant) หรือที่เรียกทั่วไปว่า พลูฉีก หรือ พลูแฉก ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ราชินีไม้ใบ’ ลักษณะลำต้นเป็นข้อสั้น จัดอยู่ในกลุ่มไม้เลื้อย มีทั้งสีเขียวเข้มและใบด่าง ซึ่งเชื่อว่ายุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่ ๆ ด้วยกระแสความนิยมในหมู่ดารานักแสดง และชื่อเสียงในด้านราคาที่มีการประมูลกันถึงหลักล้านบาท! ด้วยความสวยที่เป็นเอกลักษณ์ นำมาประดับตกแต่งในบ้าน พร้อมคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศและดูดซับสารพิษไปตัว ทำให้เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

    วิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ‘มอนสเตอร่า’

    • ดินที่นำมาปลูกมอนสเตอร่าควรเป็นดินร่วนผสมวัสดุปลูก
    • มอนสเตอร่าต้องการแสงแดดแบบรำไร ไม่ชอบแดดแรงจัดจนเกินไป หากเลี้ยงในบ้านควรวางไว้ในจุดที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีและมีแสงแดดส่องถึง หากเลี้ยงนอกบ้านควรหลบมุมไม่ให้โดนแสงแดดแรง ๆ โดยตรง
    • วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศชนิดนี้ ให้รดน้ำรดแค่เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว หรืออาจรดน้ำ 2-3 วัน/ครั้ง แต่หากสังเกตแล้วว่าในเนื้อดินยังมีความชื้นอยู่ ก็ให้รดน้ำบริเวณใบก็เพียงพอแล้ว

     

    4) เฟิร์นบอสตัน

     

     

    เฟิร์นบอสตัน ไม้ประดับประเภทไม้ใบ ที่ถูกยกให้เป็นไม้ประดับสุดฮิตมาอย่างช้านาน มีหลากหลายขนาดตั้งแต่เล็ก ๆ น่ารัก ไปจนถึงเป็นกอใหญ่ ๆ นิยมปลูกทั้งภายในและภายนอกบ้าน สำหรับภายนอกมักนิยมนำมาจัดมุมน้ำตก หรือใส่กระถางแขวน หรือใส่กระถางประดับตามโคนต้นไม้

    วิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ‘เฟิร์นบอสตัน’

    • ดินที่นำมาปลูกเฟิร์นบอสตันควรเป็นดินร่วนผสมวัสดุปลูก เช่น กาบมะพร้าว อิฐหัก หรือใบไม้ผุ
    • เฟิร์นบอสตันไม่ค่อยถูกกับแมลงและศัตรูพืช ควรมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการปกป้องในส่วนนี้ด้วย
    • สำหรับวิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศชนิดนี้ ขนาดกระถางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง จะต้องเลือกใช้ภาชนะที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือไม่ใหญ่จนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อความชื้น
    • การรดน้ำแนะนำให้รดเมื่อผิวดินเริ่มแห้ง พยายามให้ผิวดินมีความชิ้นอยู่เสมอ แต่ไม่ถึงกับแฉะจนเกินไป

     

    5) ต้นยางอินเดีย

     

     

    ต้นยางอินเดีย เป็นไม้ยืนต้น มีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เลื้อย ถูกจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับต้นไทรใบสัก คือวงศ์ Moraceae ทำให้หลาย ๆ คนสับสนระหว่าง 2 ชนิดนี้ ซึ่งสายพันธุ์ต้นยางอินเดียที่นิยมปลูกในไทยมีอยู่ 3 สายพันธุ์หลัก ๆ คือ ยางอินเดีย, ยางอินเดียดำ และยางอินเดียด่าง ซึ่งนิยมปลูกเป็นไม้กระถาง

    วิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ‘ต้นยางอินเดีย’

    • ต้นยางอินเดียปลูกได้ดีในดินทุกประเภท โดยเฉพาะดินร่วนผสมทรายและวัสดุปลูก
    • ต้นยางอินเดียสามารถทนแดดได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ควรวางในบริเวณที่โดนแดดแรง ๆ ตรง ๆ
    • เนื่องจากต้นยางอินเดียชอบน้ำ และทนแร้งได้ วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศชนิดนี้ จึงแนะนำให้หมั่นรดน้ำทุก ๆ 2-3 วัน/ครั้ง

     

    วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ยังมีอีก 2 วิธีง่าย ๆ และได้ผลดี คือ

     

     

    1) วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศง่าย ๆ เพียงใช้นวัตกรรมพิเศษอย่าง Cher’Ba Plant Food อาหารต้นไม้เข้มข้นของ เฌอ’บา ในการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ด้วยนวัตกรรมพิเศษอย่าง Micro Capsulated Innovation ที่ย่อโมเลกุลสสารให้มีอนุภาคที่เล็กมากจนสามารถซึมผ่านเข้าได้ทุกส่วนของต้นไม้ เพื่อไปเป็นสารอาหารให้ต้นไม้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงอีกด้วย จึงเหมาะอย่างมากที่จะนำมาใช้ให้อาหารเสริมต้นไม้ หรือให้อาหารเสริมพืชต่าง ๆ เช่น การให้อาหารเสริมพืชทางใบ สำหรับคนที่ต้องการให้ใบเติบโต แข็งแรง

    วิธีใช้ง่าย ๆ ดังนี้

    • เขย่าขวดก่อนใช้งานทุกครั้ง
    • ฉีดพ่นละอองไปได้ทุกส่วนของพืช เพียงวันละ 1 ครั้ง (ปริมาณขึ้นอยู่กับขนาดของพืช)
    • เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด สามารถฉีดพ่นได้ทุกวัน แต่ไม่จำเป็น เราสามารถพ่นวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็ได้ อย่างน้อยที่สุดขอให้พ่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

    คุณสมบัติ

    • ดูดซึมผ่านเข้าได้ทุกส่วนของต้นไม้ เป็นสารอาหารของต้นไม้ทันที
    • ใช้ได้กับต้นไม้ทุกชนิด รวมไปถึงต้นไม้ฟอกอากาศ
    • ช่วยให้ต้นไม้ แข็งแรง โตไว แตกใบ ผลิดอก ออกผล รวดเร็ว
    • ใช้ง่าย สะดวก ประหยัดเวลา
    • ปลอดภัยต่อคน ต้นไม้ และสัตว์เลี้ยง

     

    2) นอกจากนั้นวิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศอีกวิธีคือทำได้โดยใช้ ‘เฌอ’บา Plant Wax’ ควบคู่กันไปด้วย ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด จาก ‘เฌอ’บา’ ด้วย Vitamin E ที่สกัดจากธรรมชาติ ใช้ฉีดพ่นเพื่อเคลือบผิวต้นไม้ให้ทั่ว ช่วยปกป้องต้นไม้ของคุณจากแมลงศัตรูพืช และยังทำให้ไข่แมลงฝ่อ ยับยั้งการกำเนิด พร้อมทั้งบำรุงผิวต้นไม้ให้สวย เงางาม คอยดูแลต้นไม้ให้ปลอดภัย ห่างไกลแมลงศัตรูพืชอีกด้วย

     

     

    คุณสมบัติ

    • เคลือบผิวปกป้องต้นไม้ทั่วไป หรือต้นไม้ฟอกอากาศ
    • ทำให้ไข่แมลงฝ่อ ยับยั้งการกำเนิด
    • ผิวใบ ผิวผลผลิต สวยเงางาม
    • ใช้ได้กับพืชทุกชนิด รวมถึงต้นไม้ฟอกอากาศ (ยกเว้นตระกูลกุหลาบ)
    • ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง
    • ใช้ง่ายสะดวก ประหยัดเวลา

    วิธีใช้ง่าย ๆ ดังนี้

    • เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง
    • ฉีดพ่นละอองไปได้ทุกส่วนของพืช (ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดอก)
    • เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ปริมาณขึ้นอยู่กับขนาดของพืช)
    • งดใช้กับพืชตระกูลกุหลาบ
    • หากวันไหนต้องฉีดทั้ง Plant Food และ Plant Wax ให้ฉีด Plant Food ก่อนเสมอ แล้วจึงตามด้วยการฉีด Plant Wax